ประวัติ หลวงปู่บุญ โสภโณ อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี
“หลวงปู่บุญ” เกิดเมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2474 ที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี เข้าพิธีอุปสมบท มีพระครูพินิจสมาจารย์ หรือ “หลวงพ่อโด่” วัดนามะตูม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูสาธรขันติธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ห่อ วัดหนองม่วง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ โดยนอกจาก “หลวงปู่บุญ” จะเรียนพระปริยัติธรรมแล้ว ท่านยังธุดงค์ไปเรียนวิชากับครูอาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ
หลวงปู่เส็ง วัดประจันตคาม ผู้สร้างเหรียญโภคทรัพย์ นางกวักโด่งดังที่สุด
หลวงพ่อเอีย วัดบ้านด่านศิษย์สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ชัยนาท
หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน ผู้มีวาจาศักดิ์สิทธิ์กล่าวกับพระอาจารย์บุญว่า ? ดีจังฮู้ ...ขลังเหม็ด? หมายถึง ? ดีจัง... เสกอะไรขลังหมด ?
หลวงพ่อคง วัดวังสรรรส ได้วิชาเสือสมิงมหาอำนาจมา
ขุนนครเขต ท่านขุนมีนิวาสสถานอยู่เกาะสีชัง มีเมีย 150 คน ท่านมีวิชาอาคมมหาเสน่ห์ พอตายแล้วเมียเอาผงมหาเสน่ห์ทิ้งน้ำหมด ปู่บุญได้ตำราวิชาจากท่านขุนมาองค์เดียว
หลวงปู่เคยไปอยู่วัดระฆังไปพักอยู่กับกับหลวงปู่นาค วัดระฆังไปเรียนวิชากับหลวงปู่หิน ติดขัดอะไรก็กราบถามหลวงปู่นาค ครั้งนั้นได้ทั้งพระและผงสมเด็จวัดระฆัง และสูตรการลบผงพุทธคุณตำหรับสมเด็จโต
สมัยเจ้าคุณจรัญ วัดอินทร ฯ เป็นสามเณรได้ผงหลวงปู่แก้วมาค่อนบาตร พอหลวงปู่บุญมาอยู่กับ หลวงพ่อบ๋วย วัดเครือวัลย์ท่านได้มอบตำลาหลวงปู่แก้วให้และผงหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ ที่เจ้าคุณจรัญมอบให้มาเกือบครึ่งบาตร
พระอาจารย์อีกองค์คือ หลวงปู่เปี่ยม อดีตเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียงศิษย์ในสายหลวงปู่ทอง วัดราชโยธาวิชาที่หลวงปู่บุญ โสภโณ เรียนมาจากพระคณาจารย์แต่ละองค์ ท่านล้วนเป็นผู้ทรงวิทยาคุณ นอกจากหลวงปู่บุญท่านมีวิชาครูบาอาจารย์ดีแล้ว ท่านยังมีเมตตามากที่สุดด้วยช่วงปี พ.ศ.2530 ท่านจาริกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ บนดอยแถวสูงอาทิดอยปางอุ๋ง อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
ซึ่งเป็นท้องถิ่นทุรกันดารชาวเขาอยู่กันแบบตามมีตามเกิด เด็กชาวเขาขาดโอกาสทางการศึกษา อยู่อย่างอดยากยากจน ลำบาก ไม่มีอนาคต ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตา ได้ได้เห็นภาพทุกเวทนาของผู้ยากไร้ ขาดปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ถูกสังคมทอดทิ้ง พูดเขียนอ่านภาษาไทยไม่ได้ ชาวเขาสมัยนั้นนับถือผี ยังไม่รู้จักพระพุทธศาสนา หลวงปู่บุญท่านได้ไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ให้รู้จักสวดมนต์ ไหว้พระ รู้จักการเรียนเขียนอ่านภาษาไทย ให้การสงเคราะห์เครื่องอุปโภคบริโภค
ชาวเขาศรัทธาท่านในฐานะพระผู้เมตตา เป็นผู้ให้การช่วยเหลือ เป็นผู้ให้แสงสว่างแก่ชีวิต ชาวเขาก็เข้ามานับถือพระพุทธศาสนาเพิ่มมากขึ้น เด็กผู้ชายก็มาขอบวชเป็นสามเณร ท่านได้นำเด็กชาวเขามาอุปการะเลี้ยงดูให้เรียนหนังสือที่วัดทุ่งเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี
จากเด็กชาวเขาจำนวนสิบ เพิ่มเป็นจำนวนร้อย และหลาย ๆ ร้อยคนท่านได้ตั้งโรงเรียนพระปริยติธรรมและทุนนิธิฯที่วัดทุ่งเหียงเพื่ออุปการะเลี้ยงเด็กชาวเขาเหล่านี้ เกือบ 20 ปี
ที่ผ่านมาท่านสร้างโอกาสให้กับเด็กผู้ยากไร้ ให้มีการศึกษา มีอนาคต สำเร็จการศึกษาระดับเบื้องต้น ระดับอาชีวะจนถึงระดับอุดมศึกษาประมาณ 2,000 กว่าราย โดยไม่เรียกร้องค่าตอบแทน ท่านเลี้ยงเหมือนลูกเหมือนหลาน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนดีของสังคม เป็นบุคลากรที่อุดมของประเทศชาติ ปัจจุบันมีเด็กอยู่ในความดูแลหลวงปู่บุญ ร่วม 300 คน มีสามเณรอีก 80 รูปรายจ่ายค่าอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เครื่องเขียนแบบเรียน หลวงปู่รับภาระทั้งหมด
หลวงปู่บุญ โสภโณ ท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจ อย่างมาก เพื่อเลี้ยงเด็กเหล่านั้นด้วยเมตตา หลวงปู่กล่าวว่า......อีกไม่นานท่านก็ตายแล้วความดีต้องรีบทำ ท่านยอมอดดีกว่าให้เด็ก ๆ เหล่านั้นอด ด้วยจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตาอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นจิตที่ดำเนินแบบพระโพธิสัตว์ที่ทรงเมตตาบารมีหาที่สุดมิได้ไม่มีประมาณ
สายครูสายตำราที่หลวงปู่บุญ ได้ร่ำเรียนมาจากครูอาจารย์ผู้มีวิชาดีสมัยท่านเดินธุดงค์ มีหลายสาย อาทิ
สายวิชาหลวงปู่กลั่น วัดพระญาติ สายอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ฆราวาสผู้เรืองเวทย์
สายวัดประดู่ในโรงธรรม หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
สายหลวงปู่ทองวัดราชโยธา หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว
สายหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ หลวงพ่อทาบ วัดกระบกขึ้นผึ้ง
สายหลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด
สายหลวงพ่อหรุ่ง เก้ายอด อัมพวา เป็นต้น
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2524 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท ที่ พระครูโสภณพัฒนาภิรม พ.ศ.2533 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม พ.ศ.2534 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นโท ในราชทินนามเดิมพ.ศ. 2545 เป็น พระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะตำบล ชั้นเอก ในราชทินนามเดิม พ.ศ. 2558 เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญยก ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ พระมงคลโมลี
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 พระมงคลโมลี วิ. (สมบุญ โสภโณ) หรือ “หลวงปู่บุญ” พระเกจิชื่อดัง ที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหมอนนาง เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง จ.ชลบุรี ได้ถึงแก่มรณภาพแล้ว เมื่อเวลา 18.35น. วันที่ 31 พ.ค.2569 สิริอายุได้ 95 ปี
-----






















