ประวัติ พระอาจารย์ตั๋น (พระราชพัชรมานิต) วัดบุญญาวาส จ.ชลบุรี ศิษย์หลวงปู่ชา

 

ประวัติ พระอาจารย์ตั๋น (พระราชพัชรมานิต) วัดบุญญาวาส จ.ชลบุรี

เกิดเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.2498 ที่บ้านเลขที่ 506 โรงงานท่าหลวง ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา บิดา-มารดา ชื่อ นายเทียบ และนางจำเนียรพันธ์ ถิรวัฒน์ เป็นบุตรคนที่ 3 ทั้งหมดรวม 5 คน


ในวัยเด็ก มารดาหลังคลอดบุตรคนที่ 5 ป่วยเป็นไข้มาลาเรีย รักษาตัวที่ ร.พ.ศิริราช และเสียชีวิต
อายุ 4 ขวบ บิดาพามาเรียนอนุบาลที่โรงเรียนแสงโกสิทธิ์นุสรณ์ ต.ท่าหลวง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา


ครั้นเรียนจบอนุบาล บิดาตัดสินใจพาไปอยู่ประจำที่โรงเรียนอำนวยวิทยา บางกระบือ เขตดุสิต กรุงเทพฯ
พ.ศ.2504 ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนเซนต์จอห์น ลาดพร้าว จบพาณิชยการรุ่นแรกของโรงเรียน และสำเร็จการศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย


หลังเรียนจบตั้งใจไว้ว่าอีก 5 ปีจะบวชเรียน กระทั่งวันหนึ่งมีโอกาสหยิบหนังสือธรรมะ เปิดอ่านพบประโยคปัจฉิมโอวาทขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความ เสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเธอทั้งหลาย พึงถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด”


หลังจากอ่านประโยคนี้ รู้สึกเห็นจริงตามคิดว่า การที่ตั้งใจไว้ว่าอีก 5 ปีจะบวชนั้น ทำไมต้องรอ ถ้าตายก่อนก็คงไม่ได้บวชแน่


เมื่อตัดสินใจบวช ท่านดำริจะบวชอยู่ที่ป่า อยู่ที่ชนบท ตามเขา ตามถ้ำ มีโอกาสคุยกับอุบาสิกาท่านหนึ่ง ถามว่า “จะบวชวัดไหน” ท่านตอบว่า “จะบวชวัดป่า จะไม่อยู่ในเมือง แต่เราไม่รู้จักพระ ไม่รู้จักครูบาอาจารย์ แต่เราตั้งความหวังไว้ว่าเราจะบวชตลอดชีวิต”


อุบาสิกาท่านนั้น แนะนำครูบาอาจารย์ให้ 2 รูป คือ หลวงปู่ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพง กับหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จึงสอบอุบาสิกาท่านนั้น ว่า “วัดหลวงปู่ชากับหลวงตามหาบัวเป็นวัดป่า หรือเปล่า?”


อุบาสิกาตอบว่า “เป็นวัดป่า บวชแบบ เรียบง่าย”


แต่เหตุที่เลือกหลวงปู่ชา เพราะบิดาเป็นชาว อุบลฯ จึงตัดสินใจไปพบหลวงปู่ชา
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2521 ที่อุโบสถวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี มีพระโพธิญาณเถร (หลวงปู่ชา สุภัทโท) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา ถิรจิตโต มีความหมายว่า “ผู้มีจิตอันตั้งมั่น มั่นคงดีแล้ว”


พระราชพัชรมานิต บอกเล่าความรู้สึกภายหลังอุปสมบทว่า “เมื่อเข้ามาอยู่วัดหนองป่าพง รู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง มีแต่ความสบายที่ได้รับจากความสงบจากธรรมชาติ คราวนี้ เป็นโอกาสดีแล้ว รู้สึกว่าภาระความรับผิดชอบทางโลกหมดไป เมื่อเข้ามาวัด มีแต่คิดว่า เป็นโอกาสดีแล้วที่เราจะทำให้ถึงที่สุดแห่งความพ้นทุกข์ เราจะปฏิบัติจนกว่าเราจะพ้นทุกข์ ถ้าไม่พ้นทุกข์ในชาตินี้ เกิดมาชาติหน้า เราจะทำต่ออีก เราจะทำจนกว่าเราจะตายไป ถึงจะหยุดทำ”
พรรษาแรก หลวงปู่ชาส่งไปจำพรรษาที่วัดบึงเขาหลวงกับหลวงพ่อจันทร์ ออกพรรษากลับมาอยู่วัดหนองป่าพง


พรรษาที่ 2 ไปอยู่ที่วัดป่าเมืองสวรรค์ อ.น้ำยืน กับพระอาจารย์หนูแดง


พรรษาที่ 3 จำพรรษาที่สำนักปฏิบัติธรรม ต.พุ่มพุด อ.บ้านหมี่ จากนั้นเดินทางไปตั้งสำนักสงฆ์มาบจันทร์ (วัดมาบจันทร์ในปัจจุบัน) กับพระอาจารย์อนันท์ อกิญจโน
พ.ศ.2533 ออกไปวิเวกที่ป่าเขาใหญ่ 2 เดือนครึ่ง


วันที่ 20 พ.ค.2533 เดินทางเข้ามาอยู่ที่วัดบุญญาวาส พัฒนาสร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้
ปี พ.ศ.2546-2547 มีชาวบ้านถวายที่ดินเพิ่มให้กับวัดกว่า 260 ไร่


เป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัย วัตรปฏิบัติดี เสมอต้นเสมอปลาย ทำให้ชื่อเสียงของท่านเป็นที่รู้จักของพุทธศาสนิกชน


ถึงแม้ท่านจะเริ่มอายุมาก แต่ท่านก็ไม่เคยย่อท้อยังคงปฏิบัติศาสนกิจอย่างสม่ำเสมอ


จึงถือเป็นทายาททางธรรม ที่เดินตามรอยปฏิปทาของหลวงปู่ชา อย่างแท้จริง และเป็นพระเถระอีกรูปหนึ่งที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนเมืองชลบุรี


ปัจจุบัน สิริอายุ 66 ปี พรรษา 43 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุญญาวาส ต.บ่อทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี

Share this:

ABOUT THE AUTHOR

Hello We are OddThemes, Our name came from the fact that we are UNIQUE. We specialize in designing premium looking fully customizable highly responsive blogger templates. We at OddThemes do carry a philosophy that: Nothing Is Impossible

0 comments:

แสดงความคิดเห็น